วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557


บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)

อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ

วัน/เดือน/ปี 30 ตุลาคม 2557

เวลาเรียน 08.30-12.20 น.

เวลาเข้าสอน08.30น. เวลาเข้าเรียน 08.30น. เวลาเลิกเรียน 12.20น.

 

 

ความรู้ที่ได้รับ
การเรียนในวันนี้เริ่มต้นโดยการทำการทดลองวิทยาศาสตร์

การทดลองที่ 1 ดินน้ำมัน จม ลอย

อุปกรณ์ (equipment)
-ดินน้ำมัน (clay)
-โหลใส ใส่น้ำ

วิธีการเล่น

ปั้นดินน้ำมันเป็นทรงกลม แล้ววางลงไปในโหลใสที่ใส่น้ำอยู่ ผลปรากฏว่า ดินน้ำมันจมลงไปในน้ำ และเปลี่ยนวิธีการปั้นดินน้ำมันให้มีรูปทรงที่แตกต่างจากวงกลม ผลปรากฏว่า เมื่อปั้นดินน้ำมันก็จมเหมือนเดิมเพราะเราทำดินน้ำมันหนาเกินต้องทำให้เป็นเหมือนเรือถึงจะลอย เพราะอากาศจะเข้าไปอยู่ข้างในทำให้ลอย มวลของอากาศเบากว่าน้ำจึงทำให้ลอย

 
การทดลองที่ 2 ดอกไม้หลากสี




อุปกรณ์ (equipment)

กระดาษ (paper)
 สีไม้ (color)
กรรไกร (scissors)

วิธีการเล่น

-พับกระดาษเป็นสี่เหลี่ยมแล้ววาดรูปดอกไม้ลงไปในกระดาษ
-ระบายสีลงไปในในดอกไม้ให้สวยงาม
-ตัดดอกไม้ตามที่เราวาด
 -พับกลีบดอกทั้งสี่เข้าหากันตรงกลาง
 ผลการทดลอง
นำดอกที่ใช้กระดาษทำ นำลงไปลอยในน้ำ ผลปรากฏว่า กระดาษลอยและค่อยๆบาน ออกอย่างช้าๆและจมลงไปเพราะในกระดาษมีช่องว่างให้อากาศเข้าไปดอกไม้จึงบานโดยน้ำซึมเข้าไปในดอกไม้


การทดลองที่ 3 การไหลของน้ำ
อุปกรณ์ (equipment)

ขวด (flask)

น้ำ (water)


วิธีการเล่น

เจาะรู 3 ระดับ คือ บน,กลาง,ล่าง

นำเทปกาวปิดรูทั้ง 3 ไว้

ใส่น้ำลงไปในขวดให้เต็มแล้วก็ปิดฝาขวดไว้ให้แน่น

เปิดรูบนสุด ผลปรากฏว่า น้ำไม่ไหล เพราะไม่มีแรงดันอากาศ เมื่อเปิดฝาขวดน้ำน้ำจึงไหลออกมาเล็กน้อยแต่ไม่แรงมากนัก

เปิดรูกลาง ผลปรากฏว่า น้ำไหลแต่ไม่ไกลนักแม้ปิดฝาขวดน้ำก็ไหลเพราะมีแรงดันอากาศอยู่ในขวด

เปิดรูล่าง ผลปรากฏว่า น้ำไหลไกลสุดเพราะมีแรงดันอากาศมากที่สุด

 
การทดลองที่ 4 สูง ต่ำ

อุปกรณ์ (equipment)

ขวด ((flask)

สายน้ำพุ

กรวย

 

วิธีการเล่น

เทน้ำลงไปในขวดและวางสายน้ำพุอยู่ในระดับสูงกว่าขวดน้ำ ผลปรากฏว่า น้ำไม่ไหล

พอเปลี่ยนมาวางขวดน้ำไว้ในระดับที่สูงกว่าสายน้ำพุ ผลปรากฏว่า น้ำไหลเล็กน้อยแต่ไม่สูงมาก

และวางขวดน้ำไว้ในระดับที่สูงกว่าสายน้ำพุจนสุดสายยาง ผลปรากฏว่า น้ำไหลสูงมาก เพราะน้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ คือคุณสมบัติของน้ำ

 
  การทดลองที่ 5 เทียนส่องแสง


อุปกรณ์ (equipment)

เทียน (candle)

ไม้ขีดไฟ (match)

แก้ว (glass)

 
วิธีเล่น

-จุดเทียน

-นำแก้วน้ำมาครอบเทียน ผลปรากฏว่า เทียนค่อยๆดับลง

-จุดเทียนอีกครั้ง ผลปรากฏว่า เปลวไฟไม่สูง มีกลิ่นเหม็น

- แก้วที่ครอบในรอบแรก ทำให้ ออกซิเจนหายไปเกิดการเผาไหม้ ทำให้ไฟดับ
 
การทดลองที่ 6 การแทนที่

อุปกรณ์ (equipment)

เทียน (candle)

ไม้ขีดไฟ (match)

แก้ว (glass)

จาน (dish)

น้ำ (water)

วิธีเล่น

-จุดเทียนแล้วตั้งไว้บนจาน

-ใช้แก้วครอบเทียน

-เทน้ำลงไปในจาน

-ผลปรากฏว่า น้ำไหลเข้าไปในแก้ว ทำให้เทียนดับ เพราะ เกิดการแทนที่ของน้ำ


 การทดลองที่ 7 มุมมอง

 




อุปกรณ์ (equipment)

แก้ว (glass)

ปากกา (pen)

น้ำ (water)

 

วิธีเล่น

-เทน้ำลงใส่แก้วแล้วนำปากกาวางลงในแก้ว

ผลปรากฏว่า  มองจากบนลงล่างเห็นเหมือนปากกาหัก เพราะการหักเหของแสงจากรอยตัดของระดับน้ำ

- มองจากข้างล่างขยายใหญ่ขึ้น

- มองจากบนลงล่างวัตถุจะใหญ่ขึ้น


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

จากกิจกรรมการทดลองที่ได้ทำในวันนี้ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการทดลองให้กับเด็กปฐมวัยได้ โดยการทดลองแบบง่ายๆไม่ยุ่งยาก ให้เด็กได้สังเกต และการสัมผัสของจริง อาจจะให้เด็กได้ลงมือกระทำบ้าง และสามารถนำไปสอนวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้โดย สอนเรื่อง การไหลของน้ำ การจมการลอย และอีกหลายๆเรื่อง

 

การประเมินผล (Evaluation)

 

ประเมินตนเอง (Self)

แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและตั้งใจทำการทดลอง และจดบันทึกขณะที่อาจารย์สอน ตั้งใจดูการทดลอง

ประเมินเพื่อน

เพื่อนเข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย และตั้งใจทำการทดลอง ทุกคนทำการทดลองอย่างสนุกสนาน และจดบันทึกการเรียนการสอน

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา วันนี้อาจารย์มีกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ได้ร่วมกันทำการทดลองร่วมกันเพื่อน ในการทดลองแต่ล่ะครั้งอาจารย์ก็จะอธิบายทุกครั้งว่าการทดลองนี้คือการทดลองอะไร และเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ยังไง อาจารย์ก็ได้ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิด

 

 

 

 

 

 

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 10

วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)

อาจารย์ผู้สอน จินตนา สุขสำราญ

วันที่ 18 เดือน ตุลาคม 2557

 

ความรู้ที่ได้

การเรียนในวันนี้เป็นการเรียนชดเชยของวันพฤหัสที่ 23 ตุลาคม เพราะเป็นวันปิยมหาราช ในวันนี้อาจารย์สอนเรื่องการเขียนแผน ซึ่งกลุ่มของเราได้ หน่วยปลา แผนที่ได้รับมอบหมายให้สอนในวันแรกคือเรื่อง ชนิดของปลา

หน่วยปลา แยกสอนตามวันต่างๆดังนี้

-วันแรก ชนิดของปลา
-วันที่สอง ลักษณะของปลา
-วันที่สาม อาหารของปลา
-วันที่สี่ ประโยชน์ และข้อจำกัด
-วันที่ห้า การประกอบอาหาร



 

ขั้นนำ

-ครูนำเกมการเชื่อมโยงรูปภาพมาให้เด็กได้เล่น ว่าปลาแต่ล่ะชนิดอยู่ในน้ำอะไรกันบ้าง

-ให้เด็กนำภาพปลาแต่ล่ะชนิดมาติดตามที่อยู่ของปลา

-ครูถามเด็กว่าจากเกมที่เด็กๆเล่นไปมีปลาอะไรบ้าง

ขั้นสอน

-ครูถามเด็กว่านอกจากปลาในเกมที่เด็กๆเล่นแล้วเด็กๆรู้จักปลาอะไรอีกบ้างค่ะ
-ครูนำภาพปลามาให้เด็กดูและให้เด็กบอกว่าคือปลาอะไร
-ครูบันทึก
-ให้เด็กจัดกลุ่มของปลาที่มีตัวกลมกับตัวไม่กลมจากนั้นให้เด็กออกมานำเลขมาติดข้างล่างภาพของปลาที่มีตัวกลมกับปลาที่ไม่กลม

ขั้นสรุป
-ครูและเด็กสรุปร่วมกันเกี่ยวกับชนิดของปลา

-เด็กบอกชนิดและชื่อของปลาได้

การนำไปประยุกต์ใช้

-รู้วิธีการเขียนแผนให้ถูกต้องและการการนำไปใช้จริงในการสอนเด็ก

- สามารถนำแผนไปใช้ในการฝึกสอนได้และการจัดกิจกรรมให้เด็ก

เทคนิคการสอน (Teaching Methods)

      อาจารย์ให้คำแนะนำและสอนวิธีการเขียนแผนการสอนเป็นอย่างดี
เพื่อที่เราจะได้เขียนถูกและเข้าใจในการเขียนแผน


การประเมิน (Assessment)

 
ประเมินตนเอง (Assessment Self)

- เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ

- ตั้งใจเรียน ตอบโต้กับครูเมื่อถามคำถาม

- ช่วยเพื่อนในกลุ่มคิดในการเขียนแผนแต่ล่ะวัน

- เตรียมความพร้อมในการเขียนแผนร่วมกับเพื่อน

ประเมินเพื่อน (Assessment Friend)

- เพื่อนๆตั้งใจเรียน ตอบโต้กับครูได้ดี

- เพื่อนบางคนคุยเสียงดัง เมื่อทำกิจกรรม

- เพื่อนนำแผนการสอนมาเพื่อมาอภิปรายร่วมกันในห้อง

ประเมินครู (Assessment Teachers)

-อาจารย์แนะนำในเรื่องที่เราจะนำมาเขียนแผนว่าในเรื่องที่เราจะสอนมันมีครบ5วันไหมและแต่ล่ะวันสอนเรื่องอะไรบ้าง อาจารย์ก็จะคอยเสริมให้ในสิ่งที่มันขาดหายไปให้มันสมบูรณ์ขึ้น

-อาจารย์จะใช้คำถามซ้ำๆเพื่อให้เราได้คิด
- อาจารย์คอยแนะนำความในการเขียนแผนในแต่ละวัน ว่าต้องสอนเรื่องอะไรบ้างและต้องเตรียมตัวยังไงในการการสอน

 

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557


บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 9

วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)

อาจารย์ผู้สอน จินตนา สุขสำราญ

วันที่ 16 เดือน ตุลาคม 2557

 

 

ความรู้ที่ได้

การเรียนการสอนในวันนี้ เป็นการนำเสนอสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์ของแต่ละคน สำหรับของเล่นของดิฉัน คือ กล้องส่องทางไกล

ชื่อของเล่น กล้องส่องทางไกล

อุปกรณ์

1. แกนทิชชู

2. กระดาษแก้ว

3. กาว

4. กระดาษห่อของขวัญ

 

วิธีทำ

1.นำแกนทิชชูที่ไม่ใช้แล้วมาติดใส่กัน 2 อัน

2.นำกระดาษห่อของขวัญที่เป็นกระดาษเหลือใช้มาพันให้รอบแกนทิชชู

3.นำกระดาษแก้วมาติดที่ปากทิชชูเพื่อให้เป็นเลนในการส่อง

4.ตกแต่งให้สวยงามตามใจชอบเลยค่ะ
 
                                                         กล้องส่องทางไกล
 


 

วิธีเล่น

 

ใช้ส่องสิ่งต่างๆรอบตัว และสำหรับการเดินทางในเลนกล้องจะมีสีชมพูกับสีเขียวถ้าส่องทางด้านสีชมพูก็จะเห็นสิ่งที่เราส่องเป็นสีชมพูแต่ถ้าส่องทางสีเขียวก็จะเห็นสิ่งที่ส่องเป็นสีเขียวนั้นเอง

 

กล้องส่องทางไกลเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างไร

เรื่องของแสง  แสงมากระทบกับสีที่เรามองเห็นแสงก็กลืนสีนั้นทำให้เรามองเห็นเป็นสีนั้นๆ

 

การนำไปประยุกต์ใช้ (Applied)

 

1. สามารถนำสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์ไปสอนเด็กได้ให้เด็กได้ลองทำด้วยวิธีง่ายๆโดยครูเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้

2. สามานำเรื่องของแสงไปจัดกิจกรรมให้เด็กได้ เช่น กิจกรรมเงา 

3 .เทคนิคการสอน (Teaching Methods)

 ของเล่นที่นักศึกษาทำมา อาจารย์จะคอยแนะนำความเหมาะสมของสื่อ

ว่าสื่อที่ทำมาเป็นวิทยาศาสตร์ตรงไหนอาจารย์ให้อิสระนักศึกษาเลือกทำสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์

 

การประเมิน (Assessment)

 

ประเมินตนเอง (Assessment Self)

 

- เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ

- ตั้งใจเรียน ตอบโต้กับครูเมื่อถามคำถาม

- ทำสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์ได้เหมาะสม

 

ประเมินเพื่อน (Assessment Friend)

 

- เพื่อนๆตั้งใจเรียน ตอบโต้กับครูได้ดี

- ตอบคำถามเมื่ออาจารย์ถามอย่างตั้งใจ

-สื่อของเล่นวิทยาศาสตร์ของเพื่อนน่าสนใจ และมีความเหมาะสม

 

ประเมินครู (Assessment Teachers)

 

-อาจารย์จะคอยใช้คำถามอยู่ตล อดเวลาเพื่อให้นักศึกษาได้คิดและกล้าที่จะตอบไม่มีผิดไม่มีถูก

-ครูใช้คำถามซ้ำๆกับเด็กเพื่อให้เด็กจำได้

- อาจารย์ก็จะแนะนำในการทำของเล่นวิทยาศาสตร์ว่าที่ทำมามันเกิดวิทยาศาสตร์อย่างและเกี่ยวกับเรื่องอะไร เด็กสามารถทำได้ไหม

 

 

 

 

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 8

วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)

อาจารย์ผู้สอน จินตนา สุขสำราญ

วันที่ 9 เดือน ตุลาคม 2557
 
 
                  ...วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากทางมหาลัยได้จัดสอบกลางภาค…
 

    การประเมินตนเอง
 
อ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบในรายวิชาต่าง ทบทวนเนื้อหาที่เรียนผ่านมาให้เข้าใจมากขึ้น พยายาม      อ่านหนังสือให้มากๆเพื่อที่จะได้ทำข้อสอบได้ ถ้าเราไม่อ่านเลยเราจะไม่รู้เรื่องในสิ่งที่เรียนมาเลยและทำข้อสอบไม่ได้ด้วย จงตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ
 
 

 


 


                                                          อากาศ WEATHER





 

                             สรุป ความรู้ที่ได้รับจากการดูวีดีโอ “ความลับของแสง”
 
                               
                                 


 

                              สรุปบทความแสงสีกับชีวิตประจำวัน


      ในชีวิตประจำวันของเรานั้น มีอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเราเสมอ เรื่องนี้อาจจะทำให้เราเห็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่มีตาที่ดีเหมือนงูหรือ แมลงบางชนิด นั่นก็คือเรื่องของแสงสี แสงสีเราจับต้องไม่ได้ เราจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อมันไปกระทบกับอะไรสักอย่างซึ่งเราจะเรียกว่าฉาก เมื่อแสงสีไปกระทบกับฉากจึงจะมองเห็นแสงสีนั้นแม่ของแสงสีมีทั้งหมด 3 แสงสีด้วยกัน คือแสงสีแดง แสงสีน้ำเงินและแสงสีเขียว ทำไมมีแค่สามแสงสี นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองแล้วว่า แสงสีต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนั้นเกิดจากการผสมกันของแสงสีทั้งสามนี้ทั้งสิ้น แล้วแสงสีเหล่านี้มาจากที่ไหนคำตอบก็คือดวงอาทิตย์นั่นเองเพราะดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ให้ทั้งความร้อนและความสว่างแก่โลก ความสว่างนั่นเองก็คือแสง แต่ที่เรามองไม่เห็นแสงสีของอาทิตย์เพราะว่า แสงสีที่มาจากดวงอาทิตย์นั้นเป็นแสงขาว ที่เรียกแสงขาวก็เพราะแสงอาทิตย์ไปกระทบกับฉากสีขาวก็จะเป็นสีขาวนั่นเอง ขณะที่แสงสีแดงตกกระทบฉากสีขาว เราจะมองเห็นเป็นสีแดง เราก็เรียกแสงสีแดงนั่นเอง แต่ถ้าเราเอาแสงสีเขียวและแสงสีแดงปริมาณเท่าๆกันไปฉายผสมกันในจอสีขาวเราจะ มองเห็นเป็นสีเหลือง หมายความว่า แสงสีเหลืองที่เราเห็นเกิดจากการรวมกันของแสงสีแดงและแสงสีเขียวในปริมาณที่เท่ากันดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ภายในดวงตาของเราจะมีส่วนที่รับแสงสีที่มีชื่อว่า เรตินา ส่วนเรตินานี้เองที่จะมีหน่วยรับสัมผัสเกี่ยวกับแสงสี เพราะในเรตินาจะมีเซลล์ที่ทำหน้าที่รับแสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน เมื่อเรามองไปยังวัตถุที่มีสีแดง แสงสีแดงจะไปกระตุ้นให้เซลล์รับรู้สีแดงในเรตินาทำงาน และส่งกระแสประสาทไปยังสมองแปลความทำให้เรารู้ว่านั่นคือสีแดงเมื่อเรามองไปยังวัตถุที่มีสีเหลือง ทั้งแสงสีแดงและแสงสีเขียวจะไปกระตุ้นให้เซลล์ที่รับรู้แสงสีแดงและแสงสีเขียวให้ทำงาน ทั้งสองจะส่งกระแสประสาทไปยังสมองให้เราแปลความว่าเรามองเห็นสีเหลือง แต่ถ้าไม่มีแสงสีใดไปกระตุ้นให้เซลล์รับแสงสีทำงานเลย เราจะแปลความว่าเป็นสีดำ ตรงข้ามกับสีขาวซึ่งจะเป็นการทำงานของเซลล์รับแสงสีทั้งสามให้ทำงานพร้อมกัน     ตัวอย่างเช่น ใบไม้สดที่เรามองเห็นเป็นสีเขียว ก็อธิบายได้ว่าเมื่อแสงสีที่มาจากดวงอาทิตย์ซึ่งประกอบด้วยแม่แสงสีหลักๆ สามแสงสีคือ แสงสีแดง แสงสีน้ำเงิน และแสงสีเขียว แต่ใบไม้สดมีสารที่เราเรียกว่าคลอโรฟิลล์นั้นทำหน้าที่ดูดกลืนแสงสีแดงและ แสงสีน้ำเงินไว้ แต่ไม่ดูดกลืนแสงสีเขียว ทำให้แสงสีเขียวนั้นสะท้องออกจากคลอโรฟิลล์ในใบไม้ เข้าสู่ดวงตา เซลล์รับรู้แสงสีเขียวถูกกระตุ้นให้ทำงาน แปลส่งไปยังสมองบอกว่า ใบไม้มีสีเขียว อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นถ้าใบไม้มีคลอโรฟิลล์น้อย เราจะมองเห็นสีเขียวน้อยลงด้วย และใบไม้แห้งไม่มีคลอโรฟิลล์ เราจะมองไม่เห็นสีเขียวในใบไม้แห้งเช่นกัน